ACSC เปิดสถิติภัยไซเบอร์รอบสัปดาห์ เสียหายรวมพุ่ง 155 ล้าน! เตือนภัยมิจฉาชีพชวน “ย้ายคุยนอกแอป” หลุมพรางยอดฮิตดึงเหยื่อเข้าห้องแชตหน้าม้า พบ “ปทุมธานี” มูลค่าความเสียหายนำโด่งกว่า 16 ล้านบาท

ACSC เปิดสถิติภัยไซเบอร์รอบสัปดาห์ เสียหายรวมพุ่ง 155 ล้าน! เตือนภัยมิจฉาชีพชวน “ย้ายคุยนอกแอป” หลุมพรางยอดฮิตดึงเหยื่อเข้าห้องแชตหน้าม้า พบ “ปทุมธานี” มูลค่าความเสียหายนำโด่งกว่า 16 ล้านบาท

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กรุงเทพฯ — ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดเผยสถิติคดีและความเสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (ระหว่างวันที่ 7 – 13 มิถุนายน 2569) พบว่ามีสถิติการรับแจ้งความออนไลน์ผ่านระบบ Thaipoliceonline จำนวนทั้งสิ้น 5,391 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 155,426,345 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าจำนวน 36 คดี และมีมูลค่าความเสียหายสะสมเพิ่มขึ้นถึง 27,423,654 บาท

สแกนสถิติภัยออนไลน์: หลอกซื้อของครองแชมป์ – สาววัย 21-30 ปี กลุ่มเสี่ยงสูงสุด
จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของทีมเจ้าหน้าที่พบว่า “การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ” ยังคงเป็นประเภทคดีที่มีปริมาณสูงที่สุด โดยมีการรับแจ้งความถึง 4,541 คดี (คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 84.2% ของคดีทั้งหมด) และสร้างความเสียหายรวมกว่า 50.6 ล้านบาท
สำหรับสถิติจังหวัดที่มีการแจ้งความมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี และปทุมธานี แต่ในทางกลับกัน เมื่อเปรียบเทียบในเชิงมูลค่าความเสียหาย กลับพบว่า จังหวัดที่มีมูลค่าความเสียหายรุนแรงที่สุด คือ
จังหวัดปทุมธานี มูลค่าความเสียหายมากกว่า 16 ล้านบาท
กรุงเทพมหานคร มูลค่าความเสียหายกว่า 9.2 ล้านบาท
จังหวัดนนทบุรี มูลค่าความเสียหายกว่า 2.4 แสนบาท
นอกจากนี้ สถิติคดีในรอบสัปดาห์ยังระบุว่า ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 21 – 30 ปี ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดที่ตกเป็นเหยื่ออย่างต่อเนื่องติดต่อกันหลายสัปดาห์ โดยคดีที่กลุ่มช่วงอายุดังกล่าวถูกหลอกลวงมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ, คดีหลอกลวงโดยการแอบอ้างเป็นบุคคลอื่น และคดีหลอกลวงเสนอผลประโยชน์ ตามลำดับ
โชว์ผลงานจับกุมแก๊งสแกมเมอร์ และปฏิบัติการระงับเงินช่วยเหยื่อทันท่วงที

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ศูนย์ ACSC ได้ประสานงานร่วมกับกลุ่มสถาบันการเงินและตำรวจในพื้นที่ จนนำไปสู่ผลการปฏิบัติการจับกุมขบวนการสแกมเมอร์และเครือข่ายบัญชีม้าได้ทั้งหมด 3 เคสสำคัญ ผู้ต้องหารวม 4 ราย (สัญชาติไทย 2 ราย และสัญชาติเวียดนาม 2 ราย) พร้อมตรวจยึดของกลางเงินสดรวม 754,000 บาท อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถืออีกจำนวนมาก ขณะเดียวกันยังสามารถประสานงานเข้าช่วยเหลือระงับการโอนเงินของเสียหายก่อนถูกโอนไปยังบัญชีม้าได้ทันท่วงทีถึง 14 เคส (รวมผู้เสียหาย 16 ราย) ช่วยปกป้องทรัพย์สินของประชาชนได้เป็นมูลค่ารวมกว่า 10 ล้านบาท
สำหรับผลการปฏิบัติการจับกุมและเคสช่วยเหลือที่น่าสนใจ มีดังนี้:

คดีที่ 1 (สภ.นิคมสร้างตนเอง จ.พิษณุโลก): บุกรวบผู้ต้องหาชาวเวียดนาม 2 ราย คาบ้านพักใน อ.บางระกำ ยึดคอมพิวเตอร์ 3 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 18 เครื่อง พบพฤติกรรมสร้างโปรไฟล์ปลอมในแอปพลิเคชัน Zalo และ Rakuten Viber หลอกลวงหญิงสาวชาวเวียดนามในลักษณะ “Romance Scam” (หลอกให้รักแล้วลวงโอนเงิน) อยู่ระหว่างขยายผลเอาผิดชายไทยเจ้าของบ้านพัก

คดีที่ 2 (สน.หัวหมาก): จับกุมหนุ่มวัย 19 ปี คาตู้ ATM ย่านรามคำแหง พร้อมของกลางเงินสดรวม 607,000 บาท บัตร ATM 4 ใบ และรถจักรยานยนต์ หลังแสดงท่าทางพิรุธขณะกดเงิน สารภาพรับจ้างนายทุนชาวจีนนำบัตร ATM มากดเงินสดออกจากบัญชีม้า ได้ค่าจ้างครั้งละ 1,000 บาท ทำมาแล้วหลายครั้งตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา
เคสช่วยเหยื่อ (ศูนย์ ACSC): เจ้าหน้าที่ติดต่อระงับเหตุและอธิบายเตือนสติชายวัย 37 ปี ที่ถูกหลอกลงทุนเทรดหุ้นและแลกเหรียญดิจิทัลจนยอมยุติการโอนเงินเพิ่ม (เสียหายไปก่อนหน้า 8 แสนบาท) และเคสประสาน สน.วัดพระยาไกร-สภ.ประจันตคาม เข้าช่วยเหลือหญิงผู้เสียหายอายุ 45 ปี และ 65 ปี ที่ถูกมิจฉาชีพในแอปพลิเคชันหาคู่ (Tinder) และเพจเฟซบุ๊ก ชักชวนลงทุนเทรดทองคำ ก่อนหลอกลวงสูญเงินรวมกว่า 1.4 ล้านบาท

หากพบเบาะแสหรือได้รับความเสียหาย แจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง

#สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #กองสารนิเทศ #ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ #ACSC #AOC1441 #เตือนภัยไซเบอร์ #หลอกลงทุน #ย้ายคุยนอกแอป #Thaipoliceonline

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *